Skincare

รีวิวยาสีฟันเพื่อฟันขาวสำหรับคอกาแฟ อันไหนปังมาดูกัน!

By

ใครที่ติดชา กาแฟบ้างยกมือขึ้นนนนนน !! เคยสังเกตกันบ้างไหมคะ ว่าทุกๆวันที่เราดื่มชา ดื่มกาแฟ ฟันของเรามันมีสีที่เข้มข้น เหลืองขึ้น? เอาจริงๆตอนแรกเราก็ไม่รู้ตัวเลยค่ะว่าฟันเราเหลืองขึ้น แต่พอคนที่บ้านทักว่าฟันเหลืองขึ้นนะ ดูดบุหรี่หรอ เราก็ตกใจ แบบเห้ยเราไม่ได้ดูดบุหรี่ ทำไมฟันเหลือง จนในที่สุดก็เจอกับสาเหตุนั้นค่ะ ก็คือเจ้าชาและกาแฟตัวดีนี่เอง ทำให้สีฟันเราเหลือง แถมเป็นคราบชากาแฟอีก

ทำให้ช่วงแรกๆเราไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเลย แถมยังทำงานที่ต้องไปคุย ไปเจอกับลูกค้าบ่อยๆ เคยหาข้อมูลว่าจะไปฟอกฟันขาวก็ดันกลัวว่าฟันจะบาง จะทำให้เสียวฟันค่ะ ดังนั้นวิธีแก้ไขปัญหาที่ตอบโจทย์เราที่สุดและคิดว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยก็คือ “ยาสีฟัน” และแน่นอนว่าวันนี้เราจะมารีวิวยาสีฟันเพื่อฟันขาว สำหรับคอชา กาแฟให้ทุกคนดูกันค่ะ จากประสบการณ์ใช้จริงของเราไปดูกันเลย!!

และนี่คือยาสีฟันทั้ง 4 แบรนด์ที่เราจะนำมารีวิวในวันนี้ ต้องบอกก่อนว่าเป็นยาสีฟันที่มีสรรพคุณช่วยในเรื่องให้ฟันขาวขึ้นทุกตัวเลยค่ะ และทุกตัวเราใช้เอง ทดลองเอง อยากนำมารีวิวบอกต่อกับคนที่มีปัญหาเดียวกับเรานี่แหละ

ตัวแรก “PureOra สูตร Glossy White” เป็นยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากแบรนด์จากประเทศญี่ปุ่น เห็นสรรพคุณที่เค้าบอกเรื่องฟันขาว ก็อดไม่ได้ที่จะต้องจัดมาใช้เพราะเรากำลังกังวลปัญหาของสีฟันที่เหลืองและเป็นคราบจากชากาแฟ

PureOra สูตร Glossy White เป็นสูตรที่จะช่วยให้ฟันเราด้วยนวัตกรรม Nanobright Technology จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเค้ามีส่วนผสมของ ERYTHRITOL และส่วนประกอบของ Phytic จากธรรมชาติ เค้าจะช่วยทำความสะอาดคราบบนฟัน คราบพลัคและคราบหินปูนต่างๆได้ดีมากๆ ช่วยกำจัดแบคทีเรียสะสมทำให้ปากเราสะอาดสดชื่นเราลองแปรงไปสัก 3 ครั้งเห็นความต่างได้ชัดเจน แต่มันก็ไม่ได้ขาวจนเหมือนไปฟอกฟันขาวเด้อ แต่ขาวขึ้นจริง แถมช่วยลดกลิ่นปากได้ดีมากๆ รู้สึกสดชื่น สบายปากมากกกกกก และที่สำคัญไม่เผ็ด ไม่แสบปากเลยค่ะ

แอบบอกว่าไม่ได้ตั้งใจซื้อน้ำยาบ้วนปากแต่เห็นมันมาคู่กัน จะบอกว่ามันเย็นแบบไม่เหนียวปาก ชอบที่สุดจากที่เคยใช้มาทั้งหมด ดีใจที่หยิบมา

“Ora2 me Premium Stain Clear” ตัวนี้ก็เป็นยาสีฟันจากประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกันค่ะ ตัวนี้มีส่วนผสมของ Silica, Alumina และ Disodium ช่วยในเรื่องให้ฟันขาวสะอาด สุขภาพเหงือกแข็งแรง แพ็คเกจสวยดีมีความญี่ปุ่น 

เนื้อยาสีฟันตัวนี้ค่อนข้างแน่นและหนืดมากๆ มีความวิบวับๆในเนื้อยาสีฟัน เหมือนเป็นชิมเมอร์วิ้งๆด้วยค่ะ กลิ่นหอมมิ้นท์มากๆ ส่วนตัวใช้แล้วก็ชอบนะคะ รู้สึกว่าปากสะอาดดี ไม่แสบปาก ในเรื่องฟันขาวเราว่าตัวนี้ก็ได้อยู่นะ แต่ในไทยแอบหาซื้อยากหน่อย ต้องดูตามร้านออนไลน์เลย 

“Colgate Optic White Plus Shine” ยาสีฟันแบรนด์คุ้นหู คุ้นตาหลายๆคนนั่นเองตัวนี้มี Micro-Crystal Particles ช่วยขัดให้ผิวฟันดูเงางาม มี Whitening Accelerators ช่วยขจัดคราบฝังแน่นบนเนื้อฟัน

เนื้อยาสีฟันมีเหมือนเม็ดบีทเล็กๆที่เค้าบอกไว้ช่วยขัดฟันด้วย เป็นกลิ่นมิ้นท์ แต่ตัวนี้แอบเผ็ดหน่อยๆค่ะ จะแสบๆปากเล็กน้อยถ้าเราใช้เยอะๆ แต่ก็ถ้าใครงบน้อยก็ลองสอยตัวนี้มาใช้ดูได้นะคะ หาซื้อง่าย แถมราคาน่ารักเลย

ตัวสุดท้าย “Sensodyne Gentle Whitening” ตัวนี้แม้จะเป็นสูตรเพื่อฟันขาว แต่ส่วนตัวเราว่าเค้าก็ยังเน้นไปในเรื่องของการลดอาการเสียวฟันมากกว่าค่ะ มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ที่ช่วยให้ฟันแข็งแรง และป้องกันฟันผุ และ ช่วยขจัดคราบ ตัวนี้จะเห็นบ่อยๆในโฆษณาว่าเป็นยาสีฟันที่ทันตแพทย์แนะนำ ส่วนมากก็จะช่วยพวกเรื่องเหงือกต่างๆ เสียวฟันอะไรแบบนั้นค่ะ

เนื้อยาสีฟันเหนียวหนึบ กลิ่นมิ้นท์หอมสดชื่น ส่วนตัวอันนี้ใช้แล้วไม่แสบปากแต่อย่างใดนะคะ แต่เราไม่ได้เสียวฟันเลยคิดว่าอาจจะไม่เหมาะกับเรา คิดว่าตัวนี้เหมาะกับผู้สูงอายุเลยค่ะ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเหงือก อาการเสียวฟันต่างๆ

เปรียบเทียบเนื้อยาสีฟันของทั้งสีตัวค่ะ ถ้าดูแบบนี้จะเห็นว่าเค้าเหมือนกัน ไม่มีอะไรแตกต่างกันเท่าไร

อันนี้เราเลยลองเกลี่ยยาสีฟันทุกตัวค่ะ จะเห็นความแตกต่างของเนื้อยาสีฟันแต่ละตัวเลย ส่วนตัวชอบเนื้อของ PureOra และ Ora2 มาก เพราะเค้าไม่ได้เหนียวปากมาก เป็นฟีลแบบแปรงแล้วรู้สึกโล่งปาก เย็น เบาสบายปากค่ะ ตัว Colgate เราก็ค่อนข้างรู้สึกแปลกและชอบนะ ที่เนื้อยาสีฟันเค้ามีเม็ดบีทด้วย ไม่ค่อยเจอเท่าไรค่ะ ส่วนตัว Sensodyne ก็อ่อนโยนตามแบบฉบับของเค้าเลย เลยอาจจะช่วยในเรื่องเสียวฟันมากกว่าอย่างที่เราบอกไปมาในเรื่องกลิ่น ส่วนตัวคือกลิ่นเค้าคล้ายกันหมดเลย หอมมิ้นท์สดชื่นๆ ลมหายใจสดชื่นคือใช้ดีทั้ง 4 ตัวเลยค่ะ แต่ถ้าฟันขาวเราชอบ PureOra Glossy White ที่สุดค่ะ

และสุดท้ายนี่เลย ฟันขาวใสไร้คราบเหลืองจากชากาแฟ ยิ้มได้อย่างมั่นใจ ใครมีปัญหาก็ไปซื้อมาลองดูได้นะคะ พวกยาสีฟันของญี่ปุ่นสองตัวเดี๋ยวนี้ก็มีขายที่ไทยแล้วค่ะ หาซื้อได้ตาม ออนไลน์พวก Lazada หรือ Shopee ก็มีนะคะ ส่วนอีกสองยี่ห้อคือมีขายตามดรักสโตร์ทั่วไปในไทยเลยจ้า พวกร้านสะดวกซื้อก็มีน้า หาซื้อง่ายมั่กๆ 

ปล.ส่วนผสมและสรรพคุณเราได้ทำการหาข้อมูลก่อนนำมาเขียนแล้วนะคะทุกคนน เลยจะดูมีความรู้นิดหน่อย 555555และวันนี้เราขอตัวไปก่อน ไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้า รอชมเลยค่ะว่าเราจะมีอะไรมารีวิวอีกช่วงนี้ก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะทุกคน ^^

ฝากแชร์ด้วยน้าาา

You may also like